ดาเมจของแบ๊งค์พัน

posted on 03 Jan 2014 01:13 by crazycatfattythip directory Cartoon, Diary
สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง!!
เริ่มค่อยๆเสนอหน้ากลับมาเอ็กซ์ทีนอีก หลังจากพอมีเวลาช่วงหยุดยาวปีใหม่
ไม่พูดพล่ามทำแมว ... เชิญรับชมขอรับ
 
ขอบคุณสำหรับทุกดราก้อนบอลดาวแดง เพื่อเติมสเต็มมิน่าให้แมวสถ่อยครับ :3
ใครอยากอ่านต่อ กดไลค์เพื่อติดตามอัพเดทกันได้ครับ
-------------------------------------------------------
สมัยนี้
มีเงินพันนึง
เหมือนจะเยอะ
แต่เอาเข้าจริง
หึหึหึหึหึหึหึหึ...
 
 
 

Happy New Year 2014

posted on 31 Dec 2013 21:29 by crazycatfattythip
 สวัสดีปีใหม่พ่อแม่พี่น้องชาวเอ็กซ์ทีนทั้งหลายครับ
สุขสันต์วันส่งท้ายปีเก่า รื่นเริงต้อนรับปีใหม่ครับ
ผมไม่ได้กลับมาปัดฝุ่นบ้านหลังนี้นานมาก
แต่ก็ไม่เคยลืมบ้านหลังนี้
และไม่ลืมทุกคนที่นี่
ที่ทำให้แมวสถ่อยมีตัวตนขึ้นมามากขึ้น
ที่ทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ และได้รับสิ่งดีๆมากมาย
ขอบคุณมากครับ
 
บ้านหลังนี้อบอุ่นเสมอ
และผมก็หวังว่าปีใหม่นี้ทุกคน
จะมีชีวิตที่อบอุ่น สมหวัง และสงบสุขครับ
 
แมวสถ่อย
 

วงจรหนอนออฟฟิส

posted on 22 Jul 2013 15:53 by crazycatfattythip directory Cartoon, Diary
สวัสดีครับทุกคน ^^
ช่วงนี้พลังกายหมด พลังใจก็หมด
มามองชีวิตตัวเอง
เห็นวงจร
เหมือนเป็นตัวหนอน
หาเงิน
ซื้อพลังงาน อาหาร ปัจจัยสี่
เอาพลังงานเหล่านั้นมาหล่อเลี้ยงชีวิต เพื่อชาร์จแบตให้ตัวเอง
กลับไปหาเงิน
แย่งกันกิน แย่งกันจับจ่าย
เพื่อชาร์จแบตให้ตัวเอง
กลับไปหาเงิน
.
.
.
กราบสวัสดีครับ
 
ผมยังรักที่จะอ่านคอมเม้นท์ของทุกท่านเสมอนะครับ :D
ถ้าว่างๆก็แวะไปอ่านตอนเก่าๆ ตอนที่ไอ้คนเขียนยังมีไฟกว่านี้ได้นะครับ (ฮา) 
 
กราบบบสวัสดีครับทุกท่าน
ช่วงนี้เริ่มกลับมาวาดได้อีกครั้ง เริ่มหยิบจับเรื่องราว และความรู้สึกที่เจอมาถ่ายทอดผ่านลายเส้นตามแบบฉบับแมวลายโลกทมึนอีกครั้ง
 
...
 
บางทีคนเราก็ชอบกอดอดีตไว้ จนลืมมองปัจจุบัน
บางทีคนเราก็นึกโหยหา และเสียดายความทรงจำดีๆที่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เิกิดขึ้นอีกแล้ว
ความทรงจำดีๆที่เคยมีเหล่านั้น ตอนนี้มันมีอยู่แค่ในหลุมศพแห่งความทรงจำ
ในหลุมศพ ที่อยู่ลึกลงไปข้างในใจ
 
ทุกคอมเม้นท์คือกำลังใจ คือคำแนะนำ คือทัศนคติ และคือโลกใบใหม่สำหรับผมครับ
(กดคลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่ อ่านสบายตาขึ้นได้ครับ ^^)
 
 
...
 
 
 
 
กลับมาแล้วครับ หลังจากห่างหายไปนานมากร่วมปีกับการเขียนการ์ตูน
ตอนนี้กลับมาในสภาพที่(เกือบ)พร้อมจะยิ้มได้แล้ว :)
 
มีใครเสียใจอยู่บ้างไหมครับ
ร้องไห้เหรอครับ ร้องเลยครับ ร้องทุกวันก็ร้องไปเลยครับ
ร้องเมื่อไหร่ ก็ปาดน้ำตาเมื่อนั้น
ให้มันรู้กันไปว่า ต้องมีสักวันที่น้ำตามันจะแห้งไป แล้วเห็นรอยยิ้มอยู่บนหน้าแทน
 
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ครับ มันคือกำลังใจ มันทำให้รู้ว่าสิ่งเล็กๆที่เราทำยังมีคุณค่า ^^
 
-----------------
ติดตามอ่านตอนอื่นๆในบล็อกย้อนหลังกันได้นะครับ หลากหลายสไตล์ หลากหลายอารมณ์ :3
 
 
หวัดดีครับพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน
แวะมาปัดฝุ่นบล็อกเป็นครั้งคราวอีกตามเคยครับ
 
เอ็นทรี่นี้ไม่มีอะไรจะพูดมากครับ เสพด้วยภาพเลยแล้วกัน
 
จิ้มเม้าส์ที่รูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่ได้นะครับ
 


 
 
ขอบคุณที่แวะมาอยู่เป็นเพื่อนกันครับ
ด้วยคาราวะจิต
 
แมวสถ่อย 

สวัสดีปีใหม่ครับ

posted on 31 Dec 2012 19:52 by crazycatfattythip
สวัสดีปีใหม่ 2556 ทุกท่านนะครับ (แท็กเพิ่มนะครับ - คงเป็นการแท็กที่ไม่มีใครด่าผมนะ :p )
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ กำลังใจ และการติดตามผลงานตลอดปีที่ผ่านมา 
...
ปีนี้เป็นปีที่เกเรมาก ใจเน่า จนไม่มีแรงกายแรงใจทำผลงานออกมาเลย แต่ก็ได้กำลังใจดีๆจากทุกคน ทั้งที่ห่วงอยู่ห่างๆ และทั้งที่แวะเวียนมาถามสารทุกข์สุกดิบอยู่บ่อยครั้ง ขอบคุณมากจริงๆครับ
...
ผมยังเชื่อเสมอว่า แม้ว่าเราไม่เคยเจอกันจริงๆ แต่มิตรภาพดีๆผ่านหน้าจอคอมยังมีอยู่จริงเสมอนะครับ
...
ปีหน้าฟ้าใหม่หวังว่าทุกอย่างจะดีกว่านี้ครับ บอกตัวเองเสมอๆว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่าเดิม
...
ขอให้ทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่หวังและอยากทำทุกอย่าง ตลอดปีใหม่ที่จะมาถึงในข้ามคืนนี้นะครับ
...
ขอบคุณจริงๆครับ
สถ่อย
 

การ์ตูนแมวสถ่อย - จม

posted on 25 Dec 2012 12:02 by crazycatfattythip directory Cartoon, Diary
เวลาที่เปราะบางแล้วอยากร้องไห้ที่สุด แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด มันทรมานมากเลยรู้ไหม
...
 
 
 
 
 
 
ใครหัวอกเดียวกัน อยากระบาย เชิญเม้นท์ด้านล่างครับ
 
เอ็นทรี่นี้อาจไม่มีประโยชน์และหาสาระไม่ได้สำหรับคนหลายๆคน แต่สำหรับผม มันทำให้ผมได้ระบายออกมา้บ้าง ก่อนที่ตัวเองจะจมความมืดตายครับ

ไปพม่า ป่วนมาราธอน (3)

posted on 22 Dec 2012 14:59 by crazycatfattythip directory Travel, Diary, Idea
กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องพ้องเพื่อนทั้งหลายอีกครั้งครับ
พบกันอีกแล้วกับ ไปพม่า ป่วนมาราธอน
 
เ้ข้าสู่ตอนที่สามกับการเดินทางสุดปวดเศียรเวียนกบาลแล้วนะครับ นี่ยังไม่ถึงครึ่งของเรื่องที่จะเล่าเลยนะเนี่ย อะแฮ่มๆ ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้านี้ จิ้มตรงนี้แรงๆเลย "ไปพม่า ป่วนมาราธอน (2)"
...
เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ก็ขอเข้าสู่ท้องเรื่องกันเลยแล้วกัน
...
 
ความเดิมตอนที่แล้ว บรรดาผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหลายได้มาเหยียบผืนแผ่นดินพม่าโดยสวัสดิภาพ
 
หลังจากผ่านพิธีการศุลกากร และดงโสร่งในสนามบินเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้ก็ได้เวลากรูกันขึ้นรถบัสเพื่อออกเดินทางไปสู่สถานที่จัดแสดงสินค้า
 
ตามกำหนดการคือ เราจะต้องไปเตรียมบูธ ไปจัดวางสินค้าและตรวจดูความเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปเช็คอิน และทิ้งตัวลงนอนสบายแฮหมดแรงข้าวต้มในโรงแรมครับ
 
แต่นั่นมันก็แค่กำหนดการครับ ... เพราะชีวิตจริงที่รออยู่เบื้องหน้า แม่งห่างไกลจากเส้นชัยที่วาดหวังไว้เหลือเกินครับ
 
...
 
หลังจากที่ก้าวขึ้นบนรถบัสแล้วหย่อนตูดลงบนเบาะ ก็มีน้องไกด์สาวชาวพม่ามาต้อนรับชื่อน้องตี้ หน้าตาน่ารักหุ่นอวบอั๋น(ล่ำ)มาสร้ามความสนุกตลอดการเมื่อยตูดบนรถครับ
 
น้องตี้เป็นสาวพม่าที่พูดไทยชัด แถมยังเล่นมุกตลกได้ฮากว่าคนไทยเองอีก ถ้าไม่บอกคงไม่รู้เลยว่าน้องตี้เป็นคนพม่า
 
ประโยคแรกที่ตี้กล่าวต้อนรับพวกเราคือ "มิงกะลาบา" แปลว่าสวัสดี หรือ Hello ในภาษาพม่านั่นเอง
"สวัสดีทุกท่านนะคะ ยินดีต้องรับสู่เมืองย่างกุ้ง มาพม่ามาเมืองย่างกุ้ง แต่เราไม่ได้มากินกุ้งย่างกันเนอะ เพราะที่นี่ไม่มีกุ้งให้กิน"
 
เ็ป็นไงล่ะ เปิดมาก็ซัดมุกเบาๆไปหนึ่งดอก
 
...
 
มีอยู่ช่วงนึงที่รถแล่นผ่านทะเลสาปขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆบ้านอองซาน ซูจี น้องตี้ก็รีบชี้ให้พวกเราดูแล้วเล่าว่าเคยมีฝรั่งพยายามว่ายน้ำข้ามทะเลสาปเพื่อปีนเข้าบ้านนางอองซาน ซูจีด้วย
 
ว่าแล้วตี้ก็ถามพวกเราว่ารู้ไหมทะเลสาปนี้ชื่ออะไร ... เงียบ ไม่มีใครรู้
 
"ทะเลสาป กระดอจี ค่ะ"
...
"กระดอ (กานดอ) เป็นภาษาพม่า แปลว่า คุณหญิงคุณนาย"
"ส่วนจีแปลว่าใหญ่"
"เพราะฉะนั้น เวลาใครอยากเป็นคุณหญิงคุณนาย หรือเห็นคุณหญิงคุณนายเดินมา ให้พูดว่า โน่นไง กระดอมาแล้วนะคะ"
...
เหยดดดดดดดดดด....ขืนตูไปยืนชี้ แล้วร้องเย้วๆว่า เฮ้ยๆ กระดอมาแว้วๆๆๆ แม่งคงฮาพิลึก
...
 
ความพิเศษของถนนในพม่าคือคนที่ใช้รถใช้ถนนที่นี่ ห้ามคนท้องแก่นั่งรถนะครับ
 
ข้อห้ามนี้ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายพม่าแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะว่าสภาพถนนที่นี่แม่งโคตรจะดึ๋งดั๋งมากครับ คือพื้นถนนคอนกรีต ราดยาง เหมือนบ้านเราแหละครับ แต่มันไม่สม่ำเสมอราบเรียบเอาซะเลย
 
...
 
เรียกได้ว่าคนใช้ถนนต้องถึกน่ะครับ เพราะว่ามันจะกระแทกกระทั้นตลอดเวลา
คนท้องแก่ถ้านั่งอาจมีสิทธิ์ลูกไหว คลอดไวก่อนกำหนดได้ง่ายๆ
ส่วนใครเพิ่งฟาดอาหารมาเต็มพุง ก็มีสิทธิอ้วกพุ่งได้ง่ายๆเช่นกัน
 
...
 
ระหว่างทางก็มองรถโดยสารของที่นี่ สภาพความแออัดไม่แพ้รถเมลล์ในประเทศไทยเลยครับ
แต่ต่างกันตรงที่ว่ารถในพม่านั้นจะไม่มีรถมือหนึ่งเลย เพราะค่าป้ายทะเบียน ค่าภาษี และค่าใช้จ่ายในการมีรถคันนึงมันแพงมากๆครับ
 
แพงแค่ไหนก็ลองคิดดูเล่นๆว่า โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์มือสองที่นี่ เค้าซื้อกันมาด้วยราคามากกว่า 2 ล้านบาท
 
 
...
 
ส่วนพวกรถโดยสารก็มีหลายประเภทครับ 
มีทั้งรถสามล้อพ่วงข้าง ที่เหมือนรถสามล้อถีบบ้านเรา แต่ต่างกันตรงที่ไม่มีหลังคากันร้อนกันฝนนะครับ แต่จะมีที่นั่งพ่วงข้างสำหรับนั่งหันหลังชนกันได้สองคน
 
ส่วนรถแท็กซี่ก็จะเป็นรถยี่ปุ่นรุ่นเก่ามากๆมือสองครับ
 
รถบัส หรือรถเมลล์ก็จะเป็นรถเก่ามือสองจากญี่ปุ่นเช่นกัน บางคันเป็นรถแอร์แต่ไม่เปิดแอร์ซะงั้น 
 
ซึ่งไอ้เรื่องร้อนเพราะไม่เปิดแอร์เนี่ยนับว่าเป็นปัญหาจิ๊บๆ เมื่อเทียบกับการยืนสูดกลิ่นเหม็นเขียวและกลิ่นเหงื่อตลอดการเดินทางครับ
 
 
...
 
 
คนพม่านั้่นค่าครองชีพสูงเมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับนะครับ ดังนั้นไอ้เรื่องที่จะให้เจียดเงินมาซื้อพวกเครื่องดับกลิ่นกายสำหรับบางคนก็คงเป็นเรื่องเกินความจำเป็นครับ
 
ถ้าเทียบให้ดูง่ายๆเลยก็คือ อย่างแรงงานรายวันบ้านเราค่าแรงขั้นต่ำจะอยู่ที่วันละ 300 บาทตามกฎหมายใช่ไหมครับ ถ้าเดือนนึงคิดที่ทำงาน 22 วันก็จะอยู่ที่ประมาณ 6,600 บาท
 
แต่แรงงานรายวันพม่านั้น ทำงานทั้งเดือนจะได้ค่าแรงอยู่ที่ประมาณ 1,600 บาท
 
ในขณะที่ค่าอาหารตามตลาดทั่วไป อย่างอาหารเช้าพื้นเมืองจะตกอยู่ที่ชามละ 25 บาท ถ้าเป็นอาหารที่คุณภาพปานกลางๆหน่อยก็จะอยู่ที่จานละ 35-40 บาท 
 
ซึ่งถ้าเทียบกับรายได้แล้วก็นับว่าเป็นราคาที่สูงเลยทีเดียว
 
แต่ได้ข่าวมาว่าในเร็วๆนี้รัฐบาลพม่าวางแผนจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เป็นวันละ 400 บาทเลยทีเดียว
 
ก็ต้องมาดูกันว่าในอนาคตถ้าพม่าเปิดประเทศมากกว่านี้ และมีการเข้าไปลงทุน สร้างธุรกิจและเกิดการจ้างงานมากขึ้น เราอาจจะพบกับปัญหาแรงงานพม่าอพยพกลับประเทศ และทำให้เกิดการขาดแรงงานขึ้นมาในหลายๆธุรกิจในบ้านเรา ทีนี้แหละ ผู้ประกอบการอาจจะต้องกุมขมับแล้วหาแผนรับมือล่วงหน้าให้ดีๆแล้วล่ะ
 
...
 
พูดถึงแรงงานพม่า เลยขอเล่าสู่กันฟังอีกเรื่องว่า แรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานในบ้านเราส่วนใหญ่ตามคำบอกเล่าของน้องตี้นั้นจะเป็นชาวกะเหรี่ยงนะครับ
 
พม่านั้นมีทั้งหมด 7 รัฐ 7 มณฑล และประกอบไปด้วยหลายชนเผ่า แต่ชนเผ่ากะเหรี่ยงส่วนใหญ่นั้นจะมีความเป็นอยู่ที่เหมือนคนชายขอบ ไม่ได้ค่อยรับสวัสดิการและการเหลียวแล ไม่ได้รับการศึกษา ทำให้มีฐานะยากจน
 
จริงๆผมก็อยากให้เราลองมองพวกคนพม่าที่เข้ามาขายแรงงานในบ้านเราในอีกมุมว่า เค้าต้องปากกัดตีนถีบ และจากบ้านจากเมืองมาขนาดนี้ บางคนมาตั้งแต่อายุยังน้อย นับว่าพวกเค้าใจสู้และเก่งมากๆนะครับ 
 
อาจมีข่าวในกระแสแย่ๆบ้าง แน่นอนว่าในคนดีก็ย่อมมีคนไม่ดีปะปนเป็นธรรมดา เราลองมองพวกเค้าเป็นเพื่อนในมุมนี้ดูบ้างก็ดีนะครับ
 
...
 
โอ๊ย ยิ่งเขียนยิ่งมีเรื่องเล่ามากมาย นี่ยังไม่มึงที่จัดงานแสดงสินค้าเลยนะเนี่ย ไว้วันหลังมาต่อนะครับ เดี๋ยวยาวไปจะขี้เกียจอ่านกัน
 
ขอบคุณทุกท่านมากครับสำหรับคอมเม้นท์ อ่านคอมเม้นท์แล้วอมยิ้ม มีกำลังใจเขียนต่อครับ